Skip to content

เปิดสถิติจำนวนนักท่องเที่ยว-5อันดับประเทศที่มาเที่ยวไทยมากสุดปี2567

Knowledge article l 12.04.2024

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาชี้ต่างชาติมาเที่ยวไทยแล้วกว่า9.3ล้านคน สร้างรายได้ 4แสนล้านบาท ยอดนักท่องเที่ยวจีนคว้าอันดับหนึ่งเที่ยวไทย โรงแรมจะรับมืออย่างไรต่อ ไปดูกัน


วันนี้เราจะมาอัพเดทตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้อัพเดทดข้อมูลสถิติไว้ ณ วันที่ 8 เมษายน 2567กัน จากสถิติพบว่าในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2567  ตั้งแต่วันที่ วันที่ 1 มกราคม- 8 เมษายน 2567  ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเที่ยวไทย ทั้งสิ้น 9,988,151  คน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการท่องเที่ยวนี้สร้างรายได้กว่า 484,485 ล้านบาท

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1.จีน                    1,882,899 คน

2.มาเลเซีย           1,240,667 คน

3.รัสเซีย                 660,953 คน

4.เกาหลีใต้             588,759 คน

5.อินเดีย                510,879 คน

ตามข้อมูล ณ วันที่ 8 เม.ย. 67 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ระบุว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมานักท่องเที่ยว 5 อันดับแรกที่เที่ยวไทยมากที่สุด คือคนจีนกว่า 126,562 คน ชาวมาเลเซีย 72,093 คนปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 15.50% นักท่องเที่ยวรัสเซีย 38,140 คน นักท่องเที่ยวอินเดีย 37,927 คน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 12.89% และนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ 29,886 คน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 17.26%

ส่วนอาทิตย์หน้ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เพราะกำลังจะเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ และการมีวันหยุดต่อเนื่องวันอีดิลฟิฏร์ในประเทศมุสลิม นั่นเอง

นอกจากนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติอื่นๆเดินทางเข้ามาด้วยเหตุจูงใจในการเดินทางเพิ่ม เช่น การลงนามยกเว้นวีซ่าระหว่างไทย-จีน ทำให้คนจีนอาจทยอยเข้ามาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น โดยทางรัฐบาลมีการอำนวยความสะดวกในการเดินทาง และกระตุ้นให้สายการบิน เพิ่มจำนวนเที่ยวบิน รวมทั้งการยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง หรือ วีซ่าฟรี ให้แก่นักท่องเที่ยวอินเดีย ไต้หวัน และคาซัคสถานอีกด้วย

“เม็ดเงินที่เกิดจากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจะเข้าสู่ eco system ของภาคธุรกิจบริการและการท่องเที่ยวเท่าไหร่อย่างไร เราวัดอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงเเรม ทั่วประเทศ อัตราวันพักของนักท่องเที่ยว และรวมถึงรายได้จากการจัดเก็บของผู้ประกอบการ รายได้จากการจ้างงานภาคบริการ และอัตราการเติบโตของภาคบริการทั้ง จำนวนแรงงาน และธุรกิจทุกภาคส่วนบูรณาการสร้างสรร สินค้าดีมีคุณภาพ บวกกับอัธยาศัย Thainess ของคนไทย แบบนี้ win win  ยิ้มออกทุกภาคส่วน”

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)


ภาพรวมของจำนวนนักท่องเที่ยวในไทยบอกอะไรเราได้บ้าง  

จากจำนวนของนักเดินทางทำให้เรารู้ว่าปัจจุบัน ชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวเป็นหลักยังคงเป็นคนจีน เพราะตั้งแต่ที่ไทยมีการการยกเว้นวีซ่าให้กับประเทศจีน พี่จีนก็ตอบรับนโยบายนี้เป็นอย่างดี ทำให้นักท่องเที่ยวจากจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ34ไปถึงร้อยละ 63 ในเดือนก.พ. 2567 ซึ่งวัดจากอัตราการขนส่งผู้โดยสารบนเครื่องบินจากจีน-ไทย(loading factor) และยอดจองตั๋วบินล่วงหน้าที่แน่นเอี๊ยดในระหว่างเดือนเม.ย-พ.ค. ทำให้ธุรกิจโรงแรมต้องทำการปรับตัว รวมถึงปรับปรุงค่าห้องพักเฉลี่ย(ARR) เพื่อเพิ่มยอดรายได้เฉลี่ยต่อห้อง (RevPar) ให้เติบโตอีกด้วย นอกจากนี้กลุ่มประเทศอื่นๆก็ย่อมมีผลต่อการท่องเที่ยวไทยเพิ่มด้วยเช่นกัน

จำนวนของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศสามารถสร้างประโยชน์ให้กับนักท่องเที่ยวชาติอื่นๆด้วย เพราะนักเดินทางก็อาจต้องใช้การตัดสินใจที่สูงขึ้น จากข้อมูลของ หน่วยงาน Adventure travel trade association (ATTA) กล่าวว่า การเลือกสถานที่ที่เป็น”ทางผ่าน” ของนักเดินทางในปัจจุบันกลายเป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นตัวกำหนดการตัดสินใจในการเดินทางไปแล้ว เพราะปัจจุบันนักเดินทางจำนวนหนึ่งหันมาสนใจเรื่องการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน (sustainable tourism)เพิ่มขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวอยากไปเที่ยวตามสถานที่ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ในพื้นที่ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์(Ecotourism) หรือสถานที่ที่เป็นทางผ่านมากขึ้นนั่นเอง 

ซึ่งนักท่องเที่ยวมองว่าการเที่ยวสไตล์นี้จะช่วยให้ประหยัดเงินและสามารถช่วยเรื่องเศรษฐกิจให้กับสถานที่ที่ไม่ค่อยเยอะได้เพราะบางครั้งการเดินทางไปเที่ยวก็มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูงแลนและได้รับความกดดันจากการใช้จ่ายค่อนข้างมาก 

โดยATTAอิงข้อมูลจากช่องทาง Expedia พบว่า นักท่องเที่ยวเลือกสถานที่เที่ยวที่เป็นทางผ่านมีมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น ไทเป (ทางผ่านไปเมืองโซล,เกาหลี), พัทยา (ผลพลอยได้จากการเที่ยวต่อจากกรุงเทพฯ), และเพิร์ธ (ผลพลอยได้จากการเที่ยวซิดนีย์,ออสเตรเลีย) เป็นต้น แต่ก็มีข้อมูลร้อยละ13-21มองว่าการเดินทางแบบใช้ทางผ่านหรือผลพลอยได้นั้น นักเดินทางเข้าไปเพราะจำนวนนักเดินทางชาติอื่นๆไม่แออัดและหรือคนไม่ค่อยรู้จักสถานที่นั้น ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มองว่าการเดินทางแนวนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความยั่งยืนให้กับประเทศได้ในอีกทางหนึ่ง

แล้วโรงแรมต้องปรับตัวกับนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลอย่างไรบ้าง

 โรงแรมควรเตรียมสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกให้พร้อมเสมอ ตรวจสอบและซ่อมแซมห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้นักท่องเที่ยว รวมไปถึงการใช้กลยุทธ์ตลาดและโปรโมชันที่น่าสนใจช่วยดึงดูดให้กับโรงแรม เช่น โปรโมชั่นพิเศษ ส่วนลด กิจกรรมแจกรางวัล เป็นต้น

โดยหน้าเทศกาลหรือวันหยุดยาวนั้น โรงแรมจะต้องมีการบริหารจัดการที่ช่วยให้ทำงานง่ายขึ้นเพื่อประหยัดเวลาในการทำงานที่ซ้ำซ้อน คือ ระบบจองห้องพักจะต้องสะดวกและให้ความรวดเร็ว ระบบการชำระเงินต้องถูกต้อง ง่ายดายและปลอดภัย รวมไปถึงการใช้ระบบการจัดการบัญชีจะต้องช่วยลดภาระงานด้านการบัญชีให้กับโรงแรมอีกด้วย ซึ่งการมีโปรแกรมการบริหารโรงแรมจะช่วยให้ธุรกิจโรงแรมจัดการบัญชีโรงแรมได้อย่างมืออาชีพ ถ้าโรงแรมของคุณเตรียมพร้อมจะเปิดก็ต้องลองหาตัวช่วยเพิ่มเติมแล้ว

แนวโน้มที่โรงแรมต้องปรับตัวกับการท่องเที่ยวในอนาคต ต้องทำอย่างไรบ้าง

อย่างแรกที่โรงแรมจะต้องปรับตัวคือเรื่องของค่าแรงขั้นต่ำ เพราะเมื่อไม่กี่วันมานี้มีการกระกาศเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มเป็น 400 บาทต่อวัน และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 13 เม.ย.67 นี้แล้ว แม้ว่าเรื่องค่าแรงขั้นต่ำจะส่งผลกระทบกับบางโรงแรมไม่มากแต่ด้วยแต่ละพื้นที่จะมีสถานการณ์ของจำนวนนักท่องเที่ยวและฤดูกาลท่องเที่ยวที่ไม่เหมือนกัน และได้รับผลกระทบที่แตกต่างกัน เช่น ในพื้นที่สงขลา หากเป็นโรงแรมที่มีสัดส่วนแรงงานที่ได้รับค่าจ้างต่ำกว่า 400 บาทต่อวัน แต่ปริมาณนักท่องเที่ยวไม่สูงเมื่อเทียบกับจังหวัดท่องเที่ยวหลักแล้วจะทำให้ จำนวนวันพักเฉลี่ยต่ำ และราคาเฉลี่ยที่พักต่อคืนไม่สูง และทำให้ธุรกิจมีมาร์จิ้นและความยืดหยุ่นในการปรับตัวต่ำลงได้ 

สิ่งต่อไปที่ธุรกิจโรงแรมจะต้องปรับตัวคือ การเข้ามาของนโยบายtourism hub ที่รัฐบาลจะใช้กลยุทธ์ในการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยเน้นการดูแลนักท่องเที่ยวอย่างเต็มระบบ ก็เพื่อยกระดับด้านประสบการณ์ให้เพิ่มขึ้น โดยให้ความสำคัญเรื่องความสะอาดและพร้อมรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้พิการและผู้สูงอายุ (Tourism for All) และสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงด้วย และยกระดับ UCEP ในการคุ้มครองผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตให้ครอบคลุมนักท่องเที่ยว 

ซึ่งภายใน 3-6 เดือนนี้จะเน้นอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวได้รับโรงแรมที่มีมาตรฐานพร้อมโปรโมชั่นที่พักจุใจกว่าเดิม นอกจากนี้จะมีการเปิดมาตรการ Free Visa ให้หลากหลายประเทศ และการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วยเช่น การกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม กฎหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การจัดเก็บภาษีนำเข้าที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมระดับโลกให้แล้วเสร็จ และอำนวยความสะดวกให้มี VAT Refund ในหลายจุด 

อีกเรื่องที่โรงแรมต้องปรับคือการปรับเปลี่ยนให้โรงแรมเป็นโรงแรมเชิงนิเวศน์ให้มากขึ้น เพราะปัจจุบันเทรนด์ESGกำลังมาแรงและนักท่องเที่ยวก็ทยอยหันมาสนใจการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนมากขึ้นด้วย ซึ่งถ้าหากโรงแรมมีการปรับเปลี่ยนก็จะทำให้ลูกค้าหรือนักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวลด้อมร่วมกันได้


Contact us at info@carmensoftware.com ,

Tel: +662 284 0429, +6683 424 8879

Facebook : https://www.facebook.com/carmensoftware/

Line@ : @Carmensoftware https://lin.ee/3WRvD2i

Latest blogs